บทที่ 3 1.3 การเติบโตของติณฑ์ กุลปรีดาพงษ์

ติณฑ์ Part

“ตกลงได้จัดงานวันเกิดแฝดไหมวะ”

“จัดวันพรุ่งนี้รวมกันทีเดียวเลยแม่บอกให้มึงสามคนไปด้วยนะ” ยังไม่ทันได้เรียนชั่วโมงแรกไอ้ขุนก็ถามเรื่องที่มันให้ความสำคัญ เหมือนที่ส้มโอกับไอ้มิวต่างก็รอฟังคำตอบเช่นกัน

“ดีนะที่เป็นพรุ่งนี้เพราะวันนี้กูยังไม่มีของขวัญไปให้น้องเลยว่ะ เมื่อวานมึงสองคนยังไม่ได้ซื้อของขวัญให้น้องไม่ใช่เหรองั้นไปหาซื้อพร้อมกูวันนี้แล้วกัน ขืนไม่มีของขวัญติดมือไปน้องสาวไอ้ติณฑ์ได้แซะกูสนุกปากแน่ คนอะไรปากแจ๋วแต่เด็กเลยว่ะกูเจอน้องมึงทีไรขนลุกทุกทีเลยติณฑ์”

“มึงก็เห็นต้นตระกูลความปากแจ๋วของน้องติมนี่” พอไอ้มิวพูดถึงฝีปากน้องสาวผมส้มโอที่ยุ่งอยู่กับการจิ้มโทรศัพท์ก็เงยหน้าออกปากขยายความถึงที่มาที่ไปจนผมอดหัวเราะไม่ได้ มือก็ควักเอาหนังสือปึกใหญ่ในกระเป๋าเป้มาเปิดรออาจารย์มายคนที่เดินออกจากร้านอาหารไปเมื่อวานโดยไม่ร่ำลากันสักคำ แต่ก็ยังกางหูฟังเพื่อนนินทาน้องผมอยู่นะ

“น้ายิ้มปากแดงน่ะเหรอกูว่าปากแจ๋วน้อยกว่าแฟนไอ้ติณฑ์อีก รายนั้นหน้าซื่อตาใสแต่กูเห็นหลอกด่าทีไรแสบซี้ดปากทุกทีว่ะ”

พลั่ก! “อย่าลามปามคนที่กูรักสิครับ” เพราะรู้ว่าไอ้มิวพูดถึงใครรองเท้าผ้าใบถึงได้ยกไปถีบเก้าอี้ที่มันนั่งจนเกือบล้มหน้าหงาย ดีนะผมยังยั้งแรงเอาไว้แต่ชั่วขณะที่เอ่ยคำนั้นออกไปอาจารย์ของคาบแรกดันเดินเข้ามาพอดี คิดว่าเธอคงได้ยินเต็มหูแล้วมั้งแต่ผมก็ไม่ดิ้นรนจะอธิบายอะไรให้เธอฟังทั้งนั้นไม่ทำแม้กระทั่งส่งสายตาง้อเธอด้วยซ้ำ

จนวิชานั้นจบลงเธอก็เดินผ่านหน้าผมออกจากห้องอย่างไม่มีเยื่อใยให้ได้เห็นเลย พอแผ่นหลังบางเดินออกจากห้องเรียนไปไอ้มิวก็เป็นคนแรกที่ลากเก้าอี้ของมันพร้อมกับคว้าเก้าอี้ไอ้ขุนถูลู่ถูกังติดมือมาด้วย

“อีกหนึ่งอาทิตย์มึงต้องได้แดกพี่เขาให้ได้นะติณฑ์ไม่งั้นกูเสียตังค์เยอะแน่ว่ะ” เสียงกระซิบกระซาบและสีหน้าลนลานของไอ้มิวทำให้ผมอดเลิกคิ้วอย่างแปลกใจไม่ได้ พูดเรื่องอะไรมันวะ?

“ก็ไอ้ขุนกับส้มโอมันแทงข้างมึงไม่ได้แดก แต่กูยังเชื่อมั่นในศักยภาพของมึงนะเพื่อน”

แปะ! “เตรียมเงินให้กูกับไอ้ขุนเลยมิว” พอไอ้มิวขยายความไอ้ขุนกับส้มโอก็แปะมือแท็กทีมกันด้วยท่าทางมั่นใจเต็มที่ แถมส้มโอยังย้ำคำที่ทำให้ไอ้มิวหน้าเจื่อนลงทีละนิดอีกด้วย ต่างจากผมสายตาตัวเองเอาแต่หรี่มองไอ้ขุนกับส้มโอด้วยความรู้สึกสมเพชเพื่อนสนิททั้งคู่เหลือเกิน ถึงจะรักมันทั้งสองคนมากแค่ไหนมุมปากผมก็ยังกระตุกยิ้มเย็นให้เพื่อนทั้งคู่ พร้อมกับยัดโทรศัพท์ตัวเองใส่มือส้มโอไปด้วย

หมับ! “อะไรวะไหนกูดูด้วย” ไอ้มิวที่อยู่ในอาการกลัวเสียตังค์เต็มที่รีบยื่นหน้าไปอ่านข้อความไลน์ที่ส้มโอกำลังเปิดอ่านอยู่ ถึงจะมีข้อความมากมายแต่คงเป็นข้อความเมื่อคืนล่ะมั้งที่ทำให้ส้มโอมีสีหน้าหงุดหงิดขึ้นมาทันตา แถมยังจีบปากจีบคออ่านด้วยเสียงที่ดังเกินไปอีกด้วย

“มันคุ้มที่จะเสี่ยงเผื่อวันหนึ่งพี่จะได้เป็นคนที่ติณฑ์ปกป้องบ้าง แหวะกูจะอ้วกทำไมถึงมีตาแต่ไม่มีแววบ้างวะเป็นกูนะถ้าโดนผู้ชายปฏิบัติอย่างนี้ต่อหน้าเพื่อนกูจะเชิดใส่เลยจ้า”

“ฮ่า ๆ ๆ มึงสองคนเสร็จกูแน่” ความเคืองขุ่นของส้มโอช่างแตกต่างจากไอ้มิวเหลือเกินเพราะมันเอาแต่หัวเราะชอบใจมือขวากระดิกใส่ส้มโอกับไอ้ขุนถี่รัว ส่วนมือซ้ายยกมาลูบปากตัวเองจนผมยังหมั่นไส้มันเลยว่ะ

แก๊ก! “ไอ้สัสกินไม่เลือกดีนักกูจะฟ้องแม่มิน!”

“กูก็จะฟ้องลูกพี่น้องหลงเหมือนกัน ปะขุนมึงกับกูเตรียมซ้อมปากขยายความเลวของไอ้ติณฑ์เถอะว่ะ” ปากกาในมือไอ้ขุนถูกมันเขวี้ยงมาเกือบโดนหน้าผมแล้วนะแต่วาจาของมันต่างหากเป็นเหตุให้ผมหัวเราะเบา ๆ ยิ่งส้มโอผสมโรงไปอีกคนผมก็ยิ่งขำยกใหญ่สงสัยงานนี้ผมต้องให้ไอ้มิวเลี้ยงแล้วมั้ง

ทุกคนต้องเติบโตต้องเดินไปข้างหน้าและทิ้งบางเรื่องราวเอาไว้ข้างหลังผมเองก็เลือกจะทิ้งบางช่วงเวลาไปเช่นกัน ถึงทุกก้าวที่เติบใหญ่อาจมีช่วงเวลาที่ยังคงสนุกสนานอยู่กับเพื่อน ๆ อยู่บ้างแต่ใจก็ยังคงตอกย้ำคำสอนของพ่อกับแม่จนขึ้นใจ

ท่านทั้งคู่สอนให้ผมให้เกียรติเพศแม่สอนให้ผมรักษาน้ำใจคนอื่นและสอนให้ผมเคารพคนอื่นเหมือนที่เคารพตัวเองงั้นเอาเป็นว่าผมจะไม่บอกเพื่อน ๆ แล้วกันว่าผมได้เรียนวิชาเพศสัมพันธ์กับพี่มายที่เป็นอาจารย์กวดวิชามาตั้งหลายเดือนแล้วล่ะครับ

“อืมม” เช้านี้ผมอายุครบสิบแปดปีเต็มแล้วสินะแม้อยากจะอยู่ในนิทราต่อแค่ไหนแต่เพียงแค่รู้สึกถึงสัมผัสคุ้นเคย เปลือกตาก็ลืมขึ้นมาพร้อมกับริมฝีปากฉีกยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าคนแรกที่อยู่ในดวงตาผมก็คือแม่มิน มือขวาของแม่ยังคงลูบหัวผมแผ่วเบาตัวเองถึงได้ขยับไปนอนหนุนตักแม่เสียเลย

“อรุณสวัสดิ์ครับแม่มินยิ้มสวยจัง” จุ๊บ

“อีกหน่อยถ้ามีแฟนก็คงชมแฟนแล้วมั้งพ่อคนเจ้าคารมคมคาย” คำพูดนั้นทำให้ผมถึงกับหัวเราะเบา ๆ แล้วพลิกตัวฝังหน้าลงกับท้องอุ่นของแม่แทน

“เมื่อก่อนลูกเคยอยู่ในนี้ลูกจำความรู้สึกนั้นไม่ได้แต่รู้ว่ามันต้องอบอุ่นมากแน่ ๆ”

“ฮ่า ๆ ๆ ตอนลูกอยู่ในนี้เตะแม่แรงมากเลยนะแม่คิดอยู่แล้วว่าสงสัยลูกชายโตมาจะเป็นนักฟุตบอลแน่ แล้วก็จริงด้วยสิลูกชายของแม่เขาโตเป็นหนุ่มหล่อตัวสูงลิ่วเตะบอลก็เก่งเตะกระสอบทรายก็เก่ง ได้ยินลุงโปรดว่าซ้อมยิงปืนอาทิตย์ก่อนก็เข้าเป้าทุกนัดด้วยนี่นา” เชื่อว่าเรื่องหลังแม่ไม่สนับสนุนนักหรอก เพราะตอนที่ลุงโปรดมาคว้าตัวผมไปสอนยิงปืนแม่มินถึงกับกุมขมับเลยนะ ดีที่ได้น้องหลงมาช่วยกล่อมแม่ถึงยอมให้ผมได้แตะอาวุธและฝึกซ้อมวิชาการต่อสู้เกือบทุกอย่างเท่าที่ลุงโปรดจะประเคนให้ได้ ผมต้องเติบโตอย่างแข็งแกร่งเพื่อที่จะได้ปกป้องดูแลครอบครัวของผมเอง

“ต่อให้วันข้างหน้าของลูกจะมีใครผ่านเข้ามา ลูกก็ยังจำสัญญาได้ว่าลูกจะดูแลแม่มินเองลูกจะดูแลแม่มินตลอดไปลูกรักแม่มาก ๆ นะครับ”

แกรก! ฟึ่บ หมับ ฟอดด “เอาแต่นอนอ้อนคุณแม่อีกแล้วนะ จุ๊บ ๆ สุขสันต์วันเกิดฮะพี่โตอายุสิบแปดก็มีลูกได้แล้วสิ”

“อย่าเพิ่งให้พี่เขารีบมีลูกเลยพ่อยังไม่อยากเลี้ยงหลานตอนนี้” ยังอ้อนแม่ไม่ถึงไหนประตูห้องนอนของผมก็ถูกเปิดพร้อมกับการวิ่งมากระโดดทับผมถึงบนเตียงของน้องแฝด ทั้งคู่เอาแต่แย่งกันกอดหอมพร้อมกับให้พรผมยกใหญ่จนพ่อตุลย์ที่เดินตามหลังมาถึงกับออกปากท้วงทีเดียว

หมับ! “ปีนี้พี่โตจะได้ของขวัญวันเกิดจากเจ้าของน้องหมูอีกไหมคะ”

หมับ! “ก็ต้องได้อยู่แล้ว ใช่ไหมครับแม่ซื้อของขวัญมาให้ลูกแล้วใช่ไหม” ตุ๊กตาหมูที่ได้เป็นของขวัญวันเกิดจากพ่อแม่ปีก่อนถูกผมแย่งมาจากน้องสาวที่กำลังกอดหอมเจ้าหมูตัวนั้น แล้วหันไปทวงของขวัญจากแม่เสียเลย

“เอาน้องเป็นของขวัญวันเกิดอีกสักคนไหมล่ะอ้วน”

“พ่อหาข้ออ้างได้ตลอดแหละ จุ๊บ แม่มินลูกไม่เอาน้องแล้วนะ” ผมทวงของขวัญจากแม่แท้ ๆ แต่พ่อที่ยืนอยู่ข้างเตียงกลับเป็นคนยื่นข้อเสนอที่ทำให้ผมต้องรีบปฏิเสธทันที พ่อผมนี่เผลอไม่ได้เลยจริง ๆ เฮ้อ!

เคร้ง! “พี่ติณฑ์ตื่นรึยัง!” พรึ่บ! ตึง ๆ ๆ

“พี่หลงอยู่หน้าบ้านแหละพี่โต” พอมีเสียงบางอย่างโยนใส่ประตูกระจกห้องนอนของผมที่หันไปทางหน้าบ้าน น้องชายก็ผลุนผลันลุกไปเปิดม่านแล้วหันมารายงานซึ่งตรงกับเสียงที่ผมได้ยินมาจากหน้าบ้าน ตัวเองถึงได้รีบวิ่งออกไปเปิดประตูรั้วให้ชายหนุ่มตัวเล็กที่ยืนยิ้มอยู่หน้าบ้านทันที

หมับ! “คิดแล้วว่าวันนี้น้องหลงต้องมาหาติณฑ์แน่ ๆ ฟอด แก้มหอมจัง”

“ต้องมาสิเพราะวันนี้พี่ติณฑ์โตเป็นหนุ่มแล้วนี่ อะของขวัญวันเกิดจ้ะ จุ๊บ ขอให้มีแต่ความสุขนะพี่ติณฑ์” แก้มของผู้ชายตัวเล็กที่ผมยืนกอดอยู่หน้าบ้านยังคงนุ่มและหอมสำหรับผมเสมอกล่องของขวัญถูกยื่นมาพร้อมกับการเขย่งตัวมาหอมแก้มผม คำอวยพรนั้นผมรู้ว่ามันคือความต้องการของเขามากที่สุด นั่นคือต้องการจะเห็นผมมีความสุขดั่งที่พูดออกมาสองแขนถึงได้เพิ่มแรงกอดผู้ชายตัวเล็กมากขึ้นไปอีก

พลั่ก! “มึงจะยืนจู๋โด่รัดเมียกูอีกนานไหม”

“เฮ้อ ลุงโปรดอิจฉาหลานอีกแล้วสินะ” แต่ช่วงเวลาหอมหวานสำหรับผมมันช่างมีน้อยนิดจริง ๆ เพราะลุงโปรดที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ดันยกเท้าถีบสะโพกผมพร้อมทั้งส่งคำพูดกับสายตามาดูถูกดูแคลนผมอีกแล้ว

หมับ! “ไปกันเถอะเอ๋อไปก่อนที่กูจะหักคอหนอนชาเขียวของไอ้แมงหมูน่ะ”

“ตอนเย็นเจอกันนะพี่ติณฑ์เช้านี้หลงมีประชุมน่ะ” ลุงโปรดไม่รอให้ผมกับน้องหลงได้ร่ำลากันหรอกเพราะแขนใหญ่เอาแต่ล็อกคอน้องหลงแล้วลากให้เดินตามกลับบ้านไป ผมจึงทำได้แค่ยกมือโบกลาผู้ชายตัวเล็กที่ใส่เพียงเสื้อยืดตัวโคร่งกางเกงขาสั้น มือไม้ยังหันมาโบกลาให้ผมทั้งที่โดนลากเข้าบ้านฝั่งตรงข้ามเรียบร้อยแล้ว

พอทั้งคู่ลับหายไปสายตาเลยเลื่อนมาสนใจกล่องของขวัญที่ถูกห่อไว้อย่างประณีต ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีน้องหลงก็ยังเป็นน้องหลงที่น่ารักของผมเสมอ เป็นน้องหลงที่ผมพร่ำบอกกับตัวเองว่าเขาคืออีกคนที่ผมจะดูแลไปจนแก่เฒ่าเลยล่ะ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป